ความได้เปรียบด้านต้นทุน (Cost Advantage) ยังคงสร้างแรงสั่นสะเทือนเขย่าโลก

ถึงแม้ว่าการเปิดตัวของบริษัทพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) จากประเทศจีนอย่าง Deepseek จะผ่านมาได้ระยะเวลาหนึ่งแล้วก็ตาม แต่หลายคนที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องอาจไม่ทราบว่าการมาของ Deepseek ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อมูลค่าหุ้นในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมูลค่าของหุ้นบริษัท Tech รายใหญ่อย่าง Apple Microsoft Amazon Alphabet Meta และ Nvidia หรือรู้จักกันในชื่อกลุ่ม Tech Giants ในดัชนี Nasdaq 100 ของประเทศสหรัฐอเมริกา หายไปราว 1 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐภายในวันเดียว เฉพาะบริษัท Nvidia ซึ่งเป็นเจ้าของ Open AI อย่าง Chat GPT มูลค่าของบริษัท Nvidia หายไปถึง 6 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐภายในวันเดียว
ในระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา งานวิจัยในสาขาวิชาการจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) จำนวนมากต่างสนับสนุนหรือมีข้อสรุปในมุมมองที่ตรงกันว่า กลยุทธ์การสร้างความแตกต่าง (Differentiation Strategy) เป็นกลยุทธ์ทางการแข่งขันที่ทำให้องค์กรธุรกิจสามารถรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันได้ในระยะยาว และนานกว่าการใช้กลยุทธ์ความเป็นผู้นำด้านต้นทุน (Cost Leadership Strategy) หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่ง ความได้เปรียบด้านต้นทุนถูกมองว่าเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ไม่ยั่งยืนหรือใช้ได้ผลดีในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเวลาได้ล่วงเลยผ่านพ้นมาจนถึงศตวรรษที่ 21 ในยุคที่ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีได้มาถึงจุดที่ไร้ขีดจำกัด แต่เหตุการณ์การเปิดตัวของบริษัทพัฒนา AI จากประเทศจีนอย่าง Deepseek ซึ่งใช้เงินทุนในการพัฒนาไม่ถึง 6 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ (แต่มีประสิทธิภาพในการใช้งานใกล้เคียงกับ Chat GPT) ได้สร้างผลกระทบต่อมุมมองด้านจิตวิทยาของนักลงทุนอย่างคาดไม่ถึง และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาหุ้นในกลุ่มบริษัท Tech รายใหญ่ของอเมริกาอย่าง Nvidia ผลกระทบดังกล่าวยังสามารถอธิบายออกมาได้หลายมุมมองดังนี้

  1. มุมมองด้านศักยภาพทางการแข่งขัน
    จากการเปิดเผยข้อมูล บริษัท Nvidia อ้างว่าได้ใช้เงินลงทุนในการเทรน AI ไปแล้วไม่น้อยกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ และยังต้องเติมงบลงทุนในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องอีกเป็นหลักพันล้านเหรียญสหรัฐในอนาคต ในขณะที่ Deepseek ใช้เงินลงทุนในการพัฒนาและเทรน AI ราว 6 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น นอกจากนี้ Deepseek ยังอ้างว่าได้หาวิธีการใหม่ (Solutions) ในการพัฒนา AI ที่ช่วยทำให้การเทรน AI ใช้จานวนไมโครชิป (Semiconductor) น้อยลงกว่าเดิมเป็นอย่างมาก นั่นหมายความว่า การพัฒนา AI คุณภาพสูงในอนาคตอาจไม่จาเป็นต้องใช้ชิปจานวนมากเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป ซึ่งย่อมส่งผลกระทบต่อ Nvidia หรือบริษัทผู้ผลิตชิปรายอื่นในแง่ของความต้องการในการใช้ชิปในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ข้อมูลเพิ่มเติมยังระบุว่า บริษัท Tech ยักษ์ใหญ่ 5 บริษัทในสหรัฐอเมริกา คือ Microsoft Amazon Alphabet Meta และ Oracle มีแผนในการลงทุนเพื่อพัฒนา AI ในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้ามูลค่ากว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จึงทาให้เกิดคำถามว่า การตัดสินใจลงทุนอย่างมหาศาลดังกล่าวยังคุ้มค่าอยู่หรือไม่? อีกทั้งยังนาไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า นั่นคือ สหรัฐอเมริกายังจะคงเป็นประเทศมหาอำนาจด้านเทคโนโลยีอันดับ 1 ของโลกต่อไปในอนาคตอยู่หรือไม่?
  2. มุมมองด้านการตลาด
    ด้วยต้นทุนในการพัฒนาที่สูงกว่าของ Chat GPT ย่อมส่งผลทาให้การกำหนดอัตราค่าบริการในการใช้งานต่อลูกค้าอยู่ในระดับสูงด้วยเช่นกัน หากมองในแง่ของลูกค้าหรือผู้ใช้งาน ผู้สมัครใช้งาน Chat GPT ซึ่งเป็นบุคคลทั่วไปจะต้องมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 200 เหรียญต่อเดือน ในขณะที่สามารถใช้งาน Deepseek AI โดยไม่มีความใช้จ่ายใดๆ สาหรับลูกค้าองค์กรที่ใช้ Chat GPT มาช่วยในการดำเนินธุรกิจ จากข้อมูลพบว่า ต้นทุนต่อลูกค้าองค์กรจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 60 ดอลล่าร์สหรัฐต่อการใช้งาน 1,000,000 Token ในขณะที่ Deepseek อยู่ที่ 0.55 ดอลล่าร์สหรัฐต่อ 1,000,000 token เท่านั้น นั่นหมายความว่า การใช้ Chat GPT จะก่อให้เกิดต้นทุนต่อองค์กรสูงกว่า 100 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ Deepseek

จากข้อมูลและรายละเอียดที่นำมาเล่าสู่กันฟัง ผู้เขียนขอสรุปประเด็นที่น่าสนใจและท้าทายความคิดดังนี้

  1. ในปัจจุบัน ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสามารถเรียนรู้ไล่ตามกันทันในระยะเวลาอันสั้นกว่าแต่ก่อน ช่องว่างหรือความแตกต่างของความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีได้ถูกกำจัดออกไปแล้ว นั่นหมายความว่า ถึงแม้ว่าประเทศสหรัฐอเมริกาจะได้ชื่อว่าเป็นผู้ริเริ่มในการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่มากมายหรือเป็นมหาอำนาจทางด้านเทคโนโลยีอันดับ 1 ของโลกมาอย่างยาวนาน รัฐบาลสหรัฐหลังจากการกลับมาของ Donald Trump เป็นสมัยที่ 2 ยังได้ประกาศว่า รัฐบาลสหรัฐจะสนับสนุนเงินทุนในการพัฒนาอุตสาหกรรม AI ภายใต้ชื่อโครงการ AI Stargate สูงถึง 500,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ในความเป็นจริงนั้น Deepseek ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า การเรียนรู้ การพัฒนา และความสามารถในการต่อยอดนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาและงบประมาณมากมายมหาศาลอีกต่อไป เพราะ Deepseek ถูกพัฒนาโดยใช้เวลาเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้นจากการลอกเลียน Model ในการพัฒนาของ Chat GPT
  2. นโยบายกีดกันทางการค้าที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศอเมริกากับประเทศจีนและกับประเทศอื่นๆทั่วโลกที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมานับตั้งแต่สมัยที่ Donald Trump ดำรงตาแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาสมัยแรก รวมไปถึงนโยบายกีดกันในการเข้าถึงเทคโนโลยีชั้นสูงอย่างไมโครชิปตามที่ประเทศสหรัฐอเมริกาและกลุ่มพันธมิตรร่วมมือกัน อาจไม่สามารถปิดกั้นการเรียนรู้และการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศจีนได้อย่างที่คาดการณ์ไว้
  3. กลยุทธ์ความเป็นผู้นำด้านต้นทุนจากความได้เปรียบด้านต้นทุนยังคงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน เมื่อความได้เปรียบด้านการสร้างความแตกต่างสามารถถูกลอกเลียนแบบได้จนถูกไล่ตามทันอย่างง่ายดายด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าในระยะเวลาอันสั้น ดังนั้นใครที่มีความได้เปรียบด้านต้นทุนอาจจะกลายเป็นผู้ชนะโดยเด็ดขาดในที่สุดก็เป็นได้

ผู้อ่านมีความคิดเห็นกันอย่างไรสามารถแชร์ความคิดเห็นด้านล่างนี้ได้เลย

ผู้เขียน ดร. จตุรวัฒน์ ธนิษฐ์นันท์

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

You may use these HTML tags and attributes:

<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>